ป.ป.ส. จับมือ 3 ทัพใหญ่ กทม. – บช.น. – บช.ปส. เปิดปฏิบัติการ “สงครามยาเสพติด” 6 เดือน เอกซเรย์จุดเสี่ยง คืนความปลอดภัยทั่วกรุง

ป.ป.ส. จับมือ 3 ทัพใหญ่ กทม. – บช.น. – บช.ปส. เปิดปฏิบัติการ “สงครามยาเสพติด” 6 เดือน เอกซเรย์จุดเสี่ยง คืนความปลอดภัยทั่วกรุง

 

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สำนักงาน ปปส.กทม. ร่วมกับ กทม., บช.น. และ บช.ปส. เปิด “ปฏิบัติการสงครามยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล” เดินหน้ายุทธการระยะเร่งด่วน 6 เดือน (พ.ย. 69 – เม.ย. 70) ณ สำนักงาน ป.ป.ส. เขตหลักสี่ กทม.

โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมแถลงเจตนารมณ์ ได้แก่ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.กทม., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1, พ.ญ.ดวงพร ปิณจิเสติกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย, น.พ.ธนัช พจน์พิศุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รวมถึงกองทุนแม่ชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา เข้าร่วม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนเชื่อมั่นในความปลอดภัยและกล้าแจ้งเบาะแส เพราะคนในพื้นที่รู้ข้อมูลดีที่สุด กทม. จึงใช้กลไกชุมชนเข้าถึงพื้นที่ 1,991 ชุมชนใน 50 เขต ผ่าน 4 แนวทาง

-ผนึกกำลังผู้นำชุมชนและ อสส. เฝ้าระวังเชิงรุก พร้อมจัดกิจกรรม TO BE NUMBER ONE สร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน

-คัดกรองและส่งต่อผู้เสพเข้าสู่ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และศูนย์ฟื้นฟูฯ 50 เขต ภายใต้หลัก “ผู้เสพคือผู้ป่วย” พร้อมผลักดันสถานฟื้นฟูรองรับการบำบัดระยะ 30–60 วัน เพื่อตัดวงจรไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ

-ส่งชุดเทศกิจร่วมกับตำรวจกวดขันสถานบริการและจุดเสี่ยงมั่วสุมอย่างเข้มงวด

-เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue ส่งตรงข้อมูลถึงสำนักงานเขตเพื่อประสานตำรวจเข้าจัดการทันที

ด้าน นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. กล่าวว่า รัฐบาลเน้นย้ำการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดและเป็นระบบ ผ่าน 4 มาตรการหลัก ทั้งการปราบปรามยึดทรัพย์ บำบัดรักษา เอาผิดเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และติดตามประเมินผล ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ร่วมกับ กทม. และตำรวจนครบาลที่ผ่านมา ได้จับกุมผู้ค้าและส่งผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัด แต่พบว่าบางส่วนยังกลับมาเสพซ้ำ

การร่วมมือจัดหาสถานที่ฟื้นฟูให้อยู่ในระบบ 30–60 วัน จึงเป็นกุญแจสำคัญให้เลิกยาได้อย่างเด็ดขาด โดยตั้งเป้าปูพรมครอบคลุมชุมชนเป้าหมายทั่วกรุง

ขณะที่ พ.ญ.ดวงพร ปิณจิเสติกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย เสริมว่า แม้ปีที่ผ่านมาจะสามารถปรับสภาพชุมชนเฝ้าระวังให้เป็นชุมชนทั่วไปได้หลายแห่ง แต่บางจุดเริ่มกลับมารุนแรงขึ้น จึงต้องเร่งบูรณาการร่วมกับ บช.น. และ สน. ท้องที่ เข้าควบคุมพื้นที่และตัดวงจรปัญหาโดยเร็ว

ภายหลังการแถลงข่าว คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่ ชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา เขตหลักสี่ เพื่อรับฟังปัญหาชาวบ้าน พร้อมร่วมพูดคุยกับ กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์) ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสายตาหน้าด่านที่เข้าถึงทุกตรอกซอกซอย และประชาชนในชุมชน โดยขอความร่วมมือช่วยสอดส่องพฤติกรรมต้องสงสัยและจุดมั่วสุม พร้อมยืนยันระบบรักษาความลับและความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแสอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านระบบ Traffy Fondue ของกรุงเทพมหานคร
//

Related posts